บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ธรรมชาติ

วัดศรีมงคล (ก๋ง) อ.ท่าวังผา จ.น่าน

รูปภาพ
วัดศรีมงคล (ก๋ง) อ.ท่าวังผา จ.น่าน เป็นอีกหนึ่งวัดที่มีความสวยงาม เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงและเป็นวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ภายในวัดยังมีวิหารหลวงภาพจิตกรรมฝาผนังอันงดงาม ด้านหลังวัดจะมีลานชมวิวที่มีความสวยงามโอบล้อมด้วยบรรยากาศสีเขียวขจี มองด้านซ้ายด้านขวาก็สามารถหินวิวภูเขา ทางวัดยังจัดสถานที่ให้แขกผู้มาเยือนได้ถ่ายรูปกันหลายจุด หนึ่งในนั้นบรรดาร้านอาหาร ที่หนีไม่ได้เลยคือร้านกาแฟบรรยากาศแบบไทล้านนา มีความผสมผสานกันได้อย่างลงตัว มองออกไปไกลๆ สุดลูกหูลูกตา เห็นวิวเขาดอยภูคา หนึ่งในดอยที่มีชื่อเสียงของ จ.น่าน  คลิกพิกัดตาม Link เคยครับ อย่าลืมอวดรูปให้ด้วยน้าา https://goo.gl/maps/THaaqKGx4MLuBw4k8 ติดตาม Fanpage-facebook คลิก https://www.facebook.com/profile.php?id=100076330423622&mibextid=LQQJ4d  

ความสุข ความสงบ ณ วัดภูเก็ต อ.ปัว จ.น่าน

รูปภาพ
 การเดินทางในครั้งนี้ผมไม่ได้มีแพลนในการเดินทางอะไร ไปแบบไม่มีจุดหมายปลายทาง แบบไม่มีอะไรอยู่ในความคิด แต่ผมรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างกำลังดึงดูดผมเข้าไปหา อยู่ที่ไหนสักที่ มอเตอร์ไซค์คู่ใจที่เช่ามาในราคาวันละ 300 บาท พาผมวนเข้าไปในชุมชนเล็กๆ ซึ่งผมไม่รู้ว่าที่ตรงนั้นคือสถานที่ไหน สายตามองไปเห็นป้ายซื่อ "วัดภูเก็ต" ตั้งอยู่บนโนนหน้าผาที่ไม่สูงมา แต่ก็สูงพอหางตกพาดพั้งลงไปอาจจะไม่หลงเหลือชื่ออยู่บนโลกนี้ต่อ (55555)  วัดภูเก็ตมีความน่าหลงไหลมาก เหมาะสำหรับคนที่ชอบเที่ยวป่าเขา เพราะด้านหลังบริเวณที่ให้อาหารป่า จะสามารพมองเห็นวิวภูเขาได้ 360 องศา ต้องใช้คำว่า (วิวแบบสับมาก) โดยรอบๆ ด้านล่างจะมีลำธารเล็กๆ และทุ่งนา (ปัจจุบันมีร้านค้าสิ่งปลูกสร้างขึ้นมาเยอะพอสมควร) แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา วิถีชีวิตคนที่นี่ยังคงดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัวกับวิถีชีวิตแบบใหม่ เสียงจอแจกันของเหล่านักท่องเที่ยวทำให้วัดภูเก็ตแห่งนี้มีชีวิตชีวาขึ้นมา มองออกไปสุดลูกหูลูกตา ภูเขาขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่บนหน้า หากไม่ได้อยู่พื้นที่ในวัดภูเก็ต ก็คงไม่ต่างกับราวว่าอยู่ต่างประเทศสักที่ มองซ้ายมองขวา...

หนาวนี้เที่ยววังน้ำเขียว

รูปภาพ
Nature, Nakhon Ratchasima, Thailand   เขาแผงม้าวังน้ำเขียว เคยเป็นป่าผืนเดียวกับเขาใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่อย่างชุกชุม เป็นต้นน้ำของลำห้วยหลายสาย ไหลรวมกันเป็น ลำพระเพลิง ก่อนลงสู่แม่น้ำมูล เป็นเส้นชีวิตหลัก ของผู้คนในแผ่นดินอีสาน ได้ใช้เป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ ในการดำรงชีพมาหลายชั่วคน แต่นโยบายการพัฒนาอย่างเร่งรีบ โดยขาดการวางแผน โดยรอบครอบ ก่อให้เกิดการตัดถนนสายต่างๆ ทะลุกลางป่าเทือกเขาพนมดงรัก การสัมปทานป่าไม้ ทำให้ชาวบ้านจาก ที่ต่างๆ อพยพเข้ามาบุกเบิก หักร้างถางพง ล่าสัตว์ ตัดต้นไม้ ถือครองที่ดิน ในบริเวณเขาแผงม้ามากขึ้นสำทับด้วยการ เน้น การปลูกพืชเศรษฐกิจราคาสูง แต่เพียงอย่างเดียว พื้นดินจึงเสื่อมสภาพลง ด้วยปุ๋ยเคมี ผืนป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์ จึงกลายสภาพ เป็นภูเขาหัวโล้น ต้นน้ำที่เคยชุ่มฉ่ำ กลับแห้งผาก ประกอบกับทุ่งหญ้าที่ขึ้นปกคลุม กลายเป็น เชื้อเพลิงอย่างดี ในหน้าแล้ง ไฟป่าโหมไหม้ ทั้งกลางวัน และกลางคืน จนผู้คนขนานนามว่า "ภูเขาไฟ"

อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จ.อุดรธานี

รูปภาพ
  อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูพาน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3,430 ไร่ ในเขตบ้านติ้ว ตำบลเมืองพาน อยู่ห่างจากตัวจังหวัดระยะทางประมาณ 67 กิโลเมตร ตามเส้นทางหมายเลข 2 เส้นอุดรธานี-หนองคาย ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 13 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2021 ไปทางอำเภอบ้านผือ ระยะทางประมาณ 42 กิโลเมตร แยกขวาประมาณ 500 เมตร และตรงไปตามเส้นทางหมายเลข 2348 อีกประมาณ 12 กิโลเมตร มีแยกขวาเป็นทางเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทนี้เป็นที่ตั้งของสถานที่ซึ่งแสดงถึงอารยธรรมของมนุษย์ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิประเทศซึ่งมีโครงสร้างส่วนใหญ่เป็นหินทรายที่ถูกขัดเกลาจากขบวนการกัดกร่อนทางธรรมชาติทำให้เกิดเป็นโขดหินน้อยใหญ่รูปร่างต่าง ๆ กัน ปรากฏเป็นหลักฐานเกี่ยวกับชีวิตผู้คนในอดีตที่น่าสนใจหลายแห่ง อาทิ พระพุทธบาทบัวบก ตั้งอยู่บริเวณทางแยกซ้ายมือก่อนถึงที่ทำการอุทยานฯสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2463-2477 คำว่า "บัวบก" เป็นชื่อของพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นตามป่า มีหัว และใบคล้ายใบบัว ซึ่งชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า ผักหนอก บัวบกนี้คงจะมี...